บทที่ 1 บทนำ

การกระทำของตัวละครไม่สมควรลอกเลียนแบบนะคะ โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน 

- Sexual Harassment

"อ่านแล้วมันน่าหงุดหงิด" สิ้นเสียงบ่นของเจ้าตัวกลมที่นั่งซัดขนมเข้าปากตั้งแต่รถเคลื่อนออกจากโรงแรมที่ทั้งสี่คนเพิ่งไปฉลองด้วยกันมา

"เห็นบ่น แต่ก็ตามอ่านจนกลางเรื่องแล้วนี่" หนึ่งในนั้นหัวเราะแผ่วเบาคล้ายกำลังเอ็นดู 'เทียน' เพื่อนนักเขียนที่คบกันมาร่วมสิบปี และนิยายที่เทียนกำลังบ่นอยู่นั้นเห็นว่าเพิ่งไปขุดเจอในเว็บนิยายเก่า สมัยที่แนวชายรักชายยังไม่เป็นที่ยอมรับ เข้าอ่านได้เฉพาะแค่ในเว็บเท่านั้น 

"สงสารพระนาย โดนตัวโกงปั่นหัวจนผิดใจกันตั้งหลายครั้ง บางทีเทียนไม่รู้ด้วยว่าจะจบสวยหรือเปล่า" เทียนเลื่อนดูตอนที่มีนับร้อย เป็นนิยายสูตรสำเร็จสมัยสิบกว่าปี พระเอกปากร้ายไม่รู้ใจตัวเอง นายเอกอ่อนต่อโลก มีตัวร้ายที่ต้องการเอาชนะนายเอกทุกทาง

 บางทีเทียนก็เชียร์ให้นายเอกได้รักกับพระรองที่ไม่มีแม้จุดบอดทั้งยังแสนดี ซึ่งนักเขียนเองก็ให้เป็นแค่พระรอง ..แม้จะดีอย่างไรก็ไม่อาจได้ครอบครองนายเอก

เทียนยกมือขึ้นกุมขมับ ลมหายใจถูกผ่อนออกมาแผ่วเบา เพื่อนรุ่นพี่ของเขาเพียงหันมามองด้วยรอยยิ้มปกติเทียนชอบอ่านแนวผ่อนคลายสมอง หรือพวกปมน้อย ๆ แก้ไม่ยาก พอได้มาอ่านนิยายแนวนี้ไม่แปลกนักหากจะอินจนเครียดไปกับเนื้อเรื่อง 

"อ่าน ๆ ไปเถอะน่า ไหนบอกอยากเขียนแนวอื่นบ้าง" 

"ก็อยาก แต่หนักขนาดนี้เทียนไม่ชอบเลย.." เทียนพึมพำ

ยอมรับตรง ๆ ว่าบทตัวละครบางทีก็น่าหงุดหงิด เทียนกดปิดสมาร์ตโฟน ที่เพิ่งซื้อมาจากการขายนิยายเรื่องล่าสุด ดวงตากลมมองออกไปนอกกระจกคล้ายเบื่อหน่าย เพื่อนทั้งสามคนซึ่งเหนื่อยจากการเดินทางพากันทยอยหลับลงไป บรรยากาศบนรถถึงได้เงียบสงัด 

"อย่าให้หลุดเข้าไปในนิยายได้นะ จะฉอดให้ฉลาดขึ้นมาเลย" เทียนบ่นใส่ตัวละครที่ไม่มีอยู่จริงพร้อมกรอกตามองบน ระหว่างนั้นเขาดันเหลือบไปเห็นสารถีวัยกลางคนที่จ้างมาขับรถกำลังนั่งคอตกอยู่ ในระหว่างรถกำลังแล่นไปตามท้องถนน

"พี่!" เสียงเทียนตะโกนขึ้นดังลั่น ทำเอาเหล่านักเขียนมือทองทั้งสามคนที่เพิ่งปิดเปลือกตาลงหลับสะดุ้งตื่นขึ้นมา รวมไปถึงคนขับรถเองก็ด้วย 

ซึ่งทุกอย่างเหมือนสายเกินแก้ เพราะข้างหน้าเป็นโค้งใหญ่ แม้พยายามบังคับพวงมาลัยแต่เหตุการณ์นั้นกะทันหันมาก ทำให้ตัวรถพุ่งชนรั้วกั้นถนนและตกลงไปในเหวลึกที่เต็มไปด้วยป่าทึบ ทุกคนต่างกรีดร้องด้วยความหวาดกลัวท่ามกลางความมืดมิด เสียงโครมใหญ่ครั้งสุดท้ายพลันทุกอย่างดับสิ้นลง

เสียงรถพยาบาลดังเข้ามาในโสตประสาทของเทียน นับเป็นสิ่งเดียวที่เขารับรู้ได้ตอนนี้ เปลือกตาสีสวยกะพริบมองดาวบนท้องฟ้า ไม่รู้ทำไมเขาถึงสัมผัสได้ว่าตัวเองกำลังจะตาย 

ยังไม่อยากตกกระทะทองแดงเลย เพิ่งเถียงพ่อกับแม่ไปฉอด ๆ ก่อนขึ้นรถกลับเอง

นับเป็นความรู้สึกนึกคิดครั้งสุดท้าย ก่อนลมหายใจโรยรินจะดับสิ้นลง

"เสียชีวิตแล้วครับ" กู้ภัยหนุ่มผ่อนลมหายใจออกมา เขาไม่สามารถช่วยเหลือผู้ประสบเหตุร้ายแรงนี้ได้ ดวงตาคมทอดมองหนุ่มร่างอวบที่สภาพดีกว่าคนอื่นเขา แต่ดันชิงเสียชีวิตไปก่อนเพื่อน ทั้งที่อีกสามคนนั้นอาการหนักกว่าหลายเท่า..

....

แสงแดดยามสายตกกระทบเข้ากับเปลือกตาสวย ใบหน้าจิ้มลิ้มงอง้ำกำลังแสดงความไม่ชอบใจออกมา กระนั้นถึงได้พลิกตัวหนีไปอีกด้าน

"เทียนบอกแล้วใช่ไหมว่าอย่าเปิดม่าน.." เอ่ยออกไปเสียงเครือทั้งเรียวคิ้วที่ขมวดเข้าหากันเพราะรู้สึกแปลกที่แปลกทาง แม้จะยังคงหลับตานอนอยู่

"แม่.." เทียนย้ำออกไปอีกครั้ง ทว่ากลับไร้เสียงตอบกลับมาเช่นเดิม เขาเปิดเปลือกตาขึ้นช้า ๆ เป็นอันต้องดีดตัวขึ้นมาจากเตียงนอนทันที ความทรงจำต่าง ๆ เริ่มหวนคืนกลับเข้ามาอีกครั้ง เขาประสบอุบัติเหตุตกเหวที่กาญจนบุรี แล้วทำไมตอนนี้ถึงมานอนอยู่ที่นี่ได้ 

เทียนกวาดสายตามองไปถ้วนทั่วคล้ายกำลังตกใจและปะติดปะต่อเรื่องราวไม่ถูก เขารีบลงจากเตียงเพื่อออกไปมองนอกหน้าต่าง เห็นเป็นเพียงหมู่บ้านภายในตลาดที่มีคนเดินขวักไขว่ไปมาไม่ขาดสาย เทียนยืนอึ้งอยู่ตรงนั้นนานนับนาที

ก๊อก ก๊อก 

เสียงเคาะประตูสองทีก่อนจะถูกเปิดเข้ามาโดยใครบางคนที่กำลังแสดงสีหน้าไม่พอใจ

"เทียนหอม ข้าเรียกเอ็งเป็นสิบรอบแล้วนะ!?" เสียงที่เขาได้ยินเป็นครั้งแรกดูระคายหูจนต้องหันไปขมวดคิ้วใส่ แถมไอ้คำว่า 'เทียนหอม' นี่แหละที่ทำให้แปลกใจ ชื่อมันคล้ายเขา แต่คุ้น ๆ อย่างไรชอบกล 

"...."

"ไปล้างหน้าแปรงฟันได้แล้ว เอ็งตื่นสายตั้งครึ่งชั่วโมงนะ!" 

เทียนยังคงทำหน้างงงวย จวบจนกระทั่งอีกฝ่ายเดินกระทืบเท้าปึงปังเข้ามาดันร่างของเขาเข้าไปในห้องน้ำ 

"ดะ..เดี๋ยวสิ" เทียนจับขอบประตูห้องน้ำเอาไว้ แต่ดูเหมือนอีกคนไม่คิดฟังนอกจากจะดันเขาเข้าห้องน้ำท่าเดียว

"เร็ว ๆ " 

แปรงสีฟันถูกยื่นส่งมา ทั้งยังเอ่ยรีบเร่งให้เขาทำ ในขณะนั้นเทียนยังไม่แม้แต่จะเข้าใจสถานการณ์ปัจจุบันเลยสักนิด 

"อาบน้ำด้วย!!" 

ปึง!

พออีกฝ่ายพูดเสร็จก็ปิดประตูห้องน้ำดังปึง ทิ้งให้เทียนมองรอบ ๆ ด้วยความสงสัย เขาไม่ชอบห้องน้ำที่นี่เลย ไม่มีแม้แผ่นกระเบื้อง ล้วนทำด้วยไม้และปูน 

"เกิดอะไรขึ้นวะเนี่ย" 

เทียนพึมพำเสียงสั่น เขาก้มลงมองตัวเองซึ่งมีรูปร่างผายผอมกว่าแต่ก่อน ทั้งที่แม่ของเขาอุตส่าห์ขุนจนมีเนื้อหนังจับมันมือ ผิวขาวดูสุขภาพดีไม่ต่างจากตัวเขาก่อนหน้านี้ 

เทียนข้ามภพข้ามชาติมาหรืออย่างไร บรรยากาศรอบตัวถึงได้ผิดแผกแปลกไปมากขนาดนี้

ปึง!

"เทียน! ร้านลุงสมรปิดสิบโมงนะ!" คนข้างนอกยังคงโวยวายส่งเสียงดังเข้ามาไม่หยุด เทียนเม้มริมฝีปากแน่นพยายามใช้มือตบหน้าตนเองเรียกสติ ..เผื่อเขาอาจจะฝันอยู่ก็ได้

"เทียนหอม ถ้ายังไม่ได้ยินเสียงน้ำจะเข้าไปลากออกมาเดี๋ยวนี้แหละ!!" 

"อะ..อื้ม!" เทียนรีบตอบกลับ ก่อนจะถอดเสื้อผ้าแล้วรีบอาบน้ำให้เรียบร้อยเพราะกลัวคนด้านนอกจะทำอย่างที่พูดจริง ๆ 

หลังจากใส่เสื้อผ้าเรียบร้อยแล้วเขาก็ถูกเด็กหนุ่มตรงหน้าที่สูงกว่านิดหน่อยเข้ามากุมมือพร้อมลากให้เดินออกมาจากห้อง

"ดะ..เดี๋ยว" เทียนพยายามดึงมือออก ทว่าอีกคนกลับไม่คิดสน นอกจากถอนลมหายใจเฮือกใหญ่

"ลากเจ้าเทียนไปไหนอีกชะเอม" ในระหว่างที่เทียนกำลังมองรอบด้านอยู่นั้นเขาดันชะงักไปกับชื่อของใครบางคน

"ไปร้านลุงสมรน่ะสิ ไอ้เทียนมันตื่นสายจนจะไม่ได้กินอยู่แล้วเนี่ย!" ชะเอมตอบกลับเสียงเขียว ทั้งยังหันมามองค้อนเขา 

"ลากมันเบา ๆ หน่อยสิวะ ตัวก็แค่นั้น" 

"ลุงไม่ต้องยุ่งน่ะ" ชะเอมกรอกตามองบน ปกติแล้วเทียนหอมจะรีบเดินตามเขาไม่ต้องให้มาเสียแรงลากตลอดอยู่แบบนี้ 

แม้ขาเทียนกำลังก้าวเดินอยู่ แถมไม่รู้ว่ากำลังจะถูกพาไปที่ไหน เพราะสมองของเขากำลังประมวลผลเรื่องบางอย่าง ทุกสิ่งที่เขาได้ยินมันคลับคล้ายคลับคลาแปลก ๆ 

"ปีนี้ พ.ศ อะไรเหรอ" เทียนยื้อตัวให้เดินช้าลง ชะเอมเลยปล่อยมือแล้วหันมากอดอก 

"ถามทำไม ก็ ๒๕๐๐ ไง" 

"...." เทียนอ้าปากค้าง ย้อนกลับมาถึงเกือบร้อยปี 

"นายชื่อ ชะเอม บุญศรีสุขใช่ไหม" 

"เออ หัวไปกระแทกโดนอะไรมาหรือเปล่า" ใบหน้าที่ดูไม่พอใจเริ่มเปลี่ยนเป็นสงสัย ชะเอมกำลังจะก้าวเข้าไปหาเพื่อน ทว่าเทียนหอมกลับถอยหนีไปหนึ่งก้าว

เจ้าของร่างเล็กหน้าซีด มองคนตรงหน้าคล้ายไม่อยากจะนึกเชื่อ อ่านนิยายมาเยอะจนไม่คิดว่าจะมาเจอกับตัวเองจริง ๆ  

เขาเกิดใหม่เป็นลูกกระจ๊อกของตัวร้ายอย่างนั้นหรือ!?

"ไม่จริงอะ"

"ไม่จริงอะไร" ชะเอมขมวดคิ้ว กำลังจะเข้ามาคว้าเพื่อนแต่เทียนก็ชักมือหนี แถมยังมองเขาด้วยสายตาแปลก ๆ 

"เดี๋ยวร้านลุงสมรปิด ชาแดงอดกินไม่รู้ด้วยนะ"

"...." เทียนเงียบ สีหน้ายังคงแสดงถึงความตกใจกับเรื่องเหลือเชื่อ แต่ปกติแล้วชะเอมจะร้ายกาจกว่านี้ ทำไมถึงยังดูไร้เดียงสาอยู่เลย พอหวนคิดไปถึงปี พุทธศักราช เหตุการณ์วุ่นวายทุกอย่างจะเกิดขึ้นในอีกสองปี แปลว่าตอนนี้ยังไม่มีแรงจูงใจมากพอจะเปลี่ยนให้เด็กหนุ่มตรงหน้ากลายเป็นตัวร้ายที่ถูกนักอ่านสาปส่งจนนักเขียนต้องออกมาชี้แจง 

ซึ่งตัวละครของเขาเองก็ถูกสาปเช่นกัน เพราะคอยเสี้ยมชะเอมจนเสียคน บางทีนักอ่านยังเคยบอกด้วยซ้ำว่าตัวละครนี้สมควรได้รับจุดจบแบบตายห่าไปเลย 

"ตอนข้าเดินมาซื้อน้ำเต้าหู้ให้แม่ เห็นต้นรักมันนั่งอยู่ในร้านด้วยนะ" 

"ฮะ.." เทียนหันพรึ่บทันที ต้นรักคือนายเอกของเรื่องและถูกชะเอมแกล้งมาตั้งแต่เด็ก เขากลืนน้ำลายลงคอเพราะอีกฝ่ายเริ่มทำหน้าทะเล้นเหมือนกำลังนึกแผนสนุก ๆ มากลั่นแกล้งน้องต้นรักผู้น่าสงสาร

"มาได้แล้ว เดี๋ยวมันจะกลับไปก่อน" ชะเอมรีบดึงมือให้เทียนหอมเดินตาม แต่เขาจะไม่ยอมให้เป็นอย่างนั้นนอกจากรีบชักมือกลับ

"เป็นอะไรของเอ็ง?"

"เปล่า ขอตัวก่อนนะ" เทียนกล่าวจบก็หมุนตัวเตรียมจะเดินไปทางอื่น ระหว่างนั้นชะเอมกำลังจะเข้าไปคว้าตัวเทียนกลับมาเพื่อฟาดงวงฟาดงาใส่เหมือนเคย หากไม่ได้ยินเสียงรถใหญ่กำลังเคลื่อนตัวมาทางนี้พร้อมเสียงกรีดร้องตื่นตกใจของชาวบ้าน

ปัง!! 

เสียงปืนดังสนั่นไปทั่วทั้งตลาด เทียนเองไม่เคยเจอสถานการณ์แบบนี้ใกล้ ๆ เลยเผลอลดตัวนั่งลงพร้อมยกมือขึ้นปิดหูทั้งสองข้าง ก้อนเนื้อบนอกเต้นเร็วเพราะกำลังตกใจถึงขีดสุด 

"เสือคชาออกปล้น!!" หนึ่งในชาวบ้านตะโกนขึ้นก่อนทุกคนจะพากันวิ่งแตกตื่นไปคนละทิศคนละทาง ชะเอมเองกำลังจะพาเทียนวิ่งหนี ทว่าไอ้พวกโจรกำลังตรงมาทางนี้พอดี

"เทียน พวกมันกำลังมา หนีก่อน!" ชะเอมเสียงสั่น แต่ดูเหมือนเพื่อนตนจะช็อกไปแล้ว เห็นอย่างนั้นชะเอมเลยเลือกจะหันหลังแล้ววิ่งหนีออกไป ซึ่งเสียงปืนยังคงดังต่อเนื่องจากพวกทางการและหมู่โจรที่เข้าปะทะกัน 

เทียนพยายามรวบรวมสติแล้วลุกขึ้นจากพื้นเพื่อวิ่งหนีตามกลุ่มคนไป ทว่าพวกโจรชุดดำดันมีมากกว่าตำรวจ นั่นทำให้เทียนเริ่มแตกกลุ่มจากชาวบ้านแล้วเตลิดไปทางอื่น ทั้งที่เขาไม่รู้ด้วยซ้ำว่าตัวเองกำลังอยู่ส่วนไหนของเมือง กระทั่งเข้ามาในตรอกซอยและคิดว่าตัวเองใกล้จะปลอดภัย

ปึก!!

"โอ๊ย!" ราวกับวิ่งชนกำแพงใหญ่ แต่กลับเป็นเพียงแผงอกกว้างกำยำ เทียนเงยหน้าขึ้นเพื่อมองคนตรงหน้า และเขาต้องชะงักทันทีที่เห็นดวงตาคมกริบกำลังจดจ้องมาที่เขา หากอีกฝ่ายไม่สวมผ้าสีดำสนิทปกปิดใบหน้าไปกว่าครึ่ง เทียนคงไม่ยืนตัวสั่นอยู่อย่างนี้ 

เขากำลังจะก้าวเท้าวิ่งหนี กลับถูกจับไหล่ทั้งสองข้างแล้วเหวี่ยงให้แผ่นหลังชนเข้ากับกำแพงหลังแท้งค์น้ำ เทียนด้วยความตกใจเลยยกแขนขึ้นกั้นระหว่างแผงอกเพราะร่างใหญ่เข้ามาซ้อนทับโดยหันหน้าเข้าหากัน 

"เงียบ" เสียงทุ้มดุเอ่ยพูดขึ้นทั้งดวงตาคมกริบที่จดจ้องมายังเทียน 

"...." เทียนเม้มริมฝีปากแน่น ตัวสั่นระริกเพราะผู้ชายคนนี้ตัวสูงใหญ่ ผิวคร้ามดำแดด ไหนจะนัยน์ตาที่ดูน่ากลัวจนเขาแทบไม่กล้าขยับตัว

"ผมไม่มีเงินหรอก อึก..ปล่อยผมไปเถอะนะ" เทียนเริ่มอ้อนวอนเสียงเครือ เนื้อตัวสั่นระริกเพราะแขนข้างหนึ่งของไอ้โจรมันกักร่างเขาเอาไว้ ส่วนอีกข้างถือปืนกระบอกสีดำทมิฬ เทียนรู้เลยว่าตนเองกำลังถูกจ้องมองมาแบบไม่วางตา 

"กูบอกให้เงียบ" เอ่ยย้ำอีกครั้งเสียงขุ่น ก่อนจะได้ยินเสียงฝีเท้านับสิบกำลังวิ่งมาทางนี้ มันทำให้เทียนกลัวมากกว่าเดิม แต่เมื่อได้ยินบทสนทนาที่อยู่ไกล ๆ ถึงได้รู้ว่าเป็นตำรวจ นั่นทำให้เขาเริ่มออกแรงดิ้น

"อยู่เฉย ๆ "

"ปล่อยนะ ไอ้โจรห้าร้อย ไอ้โจรสารเลว ไอ้โจรเถื่อน!" เทียนดิ้นสุดกำลังทั้งยังทุบอกกำยำเพื่อให้หลุดออกจากอ้อมอกนี้ ทว่าแขนเขากลับถูกรวบขึ้นเหนือหัวทั้งสองข้าง

"กูสั่งให้หยุด"

"ไม่!" เทียนตอกกลับเสียงสั่นกลัว เพราะอยากรอดออกไปจากตรงนี้ทั้งที่ยังมีโอกาส ยิ่งเสียงเท้าเริ่มเข้ามาใกล้เท่าไร เทียนก็ออกแรงดิ้นมากขึ้นเท่านั้น 

"ดื้อฉิบหาย" น้ำเสียงทุ้มกดต่ำ กรามหนาขบเข้าหากันแน่นคล้ายกำลังหมดทางเลือก เพราะมือทั้งสองข้างไม่ว่างเอามาปิดปากเด็กนี่ เทียนเตรียมจะอ้าปากร้องโวยวายให้ตำรวจได้ยิน 

"ถ้ายังร้องอยู่ กูจะดูดปากมึงประเดี๋ยวนี้เลย"

"ยะ..อย่านะ" เทียนหดคอหนีเมื่อใบหน้าคมคายโน้มลงมาจนรู้สึกถึงลมหายใจอุ่นร้อนเหนือริมฝีปาก ยิ่งตำรวจเข้ามาใกล้มากขึ้นจมูกโด่งเป็นสันถึงได้ชนเข้ากับจมูกเชิดรั้นของเทียน ริมฝีปากของอีกฝ่ายเข้ามาใกล้มากกว่าเดิมจนเทียนแทบไม่กล้าหายใจ หากขยับเพียงนิดเดียวเขาได้ถูกคนตรงหน้าจูบจริง ๆ แน่ เทียนเลยต้องยืนแข็งทื่อจวบจนกระทั่งเสียงฝีเท้านับสิบหายไป

"...." และทันทีที่ตำรวจลับตา ร่างสูงตระหง่านถึงได้ผละออกช้า ๆ ทั้งดวงตาที่ยังจดจ้องมายังใบหน้าของเทียนคล้ายกำลังสำรวจ ไหนจะรอยยิ้มมุมปากเหมือนยิ้มเยาะใส่เขา ก่อนอีกฝ่ายจะใช้มือดันแผ่นอกเทียนไม่ให้หนี แล้วโผล่หน้าออกไปเพื่อดูว่ากลุ่มตำรวจพ้นเขตนี้ไปหรือยัง

เป็นเพราะเขามัวแต่มองไปทางนั้น ดันลืมสังเกตด้านหลัง นั่นทำให้ตำรวจวัยกลางคนรีบยกปืนขึ้นมาเตรียมพร้อมจะยิงใส่  เทียนเบิกตากว้างกำลังจะกรีดร้องและดีดตัวหนี แต่ร่างของเขากลับถูกรวบเข้าไปในอ้อมแขนก่อนเสียงปืนจะดังลั่น 

แทนที่กระสุนจะเจาะเข้าร่างโจรใจโฉด แต่กลับเด้งออกราวกับมีบางอย่างมาป้องกันเอาไว้ 

"หึ ๆ คิดจะฆ่าคนอย่างกู?" เสียงหัวเราะเยาะดังออกมาแผ่วเบา ก่อนเสียงลั่นไกปืนจะดังขึ้นพร้อมตำรวจที่ล้มลงไปกองกับพื้น 

เทียนที่เห็นภาพตรงหน้าตกใจมากที่เห็นคนโดนยิงต่อหน้า ใบหน้าคมคร้ามกำลังจะลดสายตาลงมองไอ้เด็กฤทธิ์มาก ทว่ากลับถูกปากเล็ก ๆ งับเข้าเต็มแรง

"โอ๊ย!" แขนที่อุดมไปด้วยเส้นเลือดสะบัดออก เป็นจังหวะเดียวที่เทียนสามารถหลุดจากอ้อมอกไอ้โจรยักษ์นี่ได้ พอเป็นอย่างนั้นเทียนเลยรีบหมุนตัววิ่งหนีออกไป ทิ้งให้ร่างสูงยืนสะบัดแขนเพราะความเจ็บแสบ

เขายกข้างที่ถูกกัดขึ้นมอง เรียวคิ้วคมเข้มค่อย ๆขมวดเข้าหากันแน่น

โดนเสือกัดไม่มีแม้รอยขีดข่วน ขนาดปืนยิงยังไม่เจาะเข้าร่างสักนัด แต่พอโดนไอ้เด็กตัวกระจ้อยร่อยกัดทีเดียวดันมีรอยคมเขี้ยวน้อย ๆ ขึ้นเป็นแถบ 

"อย่าให้กูเจอตัวอีกรอบนะ" คชาสบถหยาบลดสายตามองรอยฟันนั้นอีกรอบ  

ถ้าเจออีกครั้งจริง ๆ  น่าฉุดพากลับไปรังโจรฉิบหาย

TBC.

เอาล่ะะะ อารัมภบทไม่รู้จะดีพอทำให้นักอ่านชอบได้ไหมฮืออ เขียนลบเป็นสิบรอบแงงง แต่ออยทำเต็มที่ที่สุดแล้วค่ะ ยังไงฝากกดหัวใจ หรือคอมเมนต์เพื่อเป็นกำลังใจ ออยจะได้รีบมาต่อไวๆนะคะ

บทถัดไป